๑.

เมื่อจำต้องกลายเปนลูกทรพี
ทำให้แม่เสียน้ำตา
แม้ว่าจะกราบกรานขอโทษ ขอโพย
แต่ก็ยังกลายเปนลูกที่ไม่ดี

อยู่นั่นเอง

..

เรื่องของเองคือ คุณยายจะทำประกันให้น้องภู
(ประกันชีวิตเส็งเคร็งที่แม่บ่ายเบี่ยงมาตลอด ตั้งแต่มีหนูขึ้นมา)
ไม่มีแม่คนไหนไม่อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก
ไม่มีใครไม่อยากสร้างหลักประกันให้ลูก
..
ไม่ว่าใครก็อยากทำได้ จัดให้ทั้งนั้น
แม่กะพ่อแว่บๆ จะทำประกันให้หนูหลายหน
แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่ได้ทำซะที
แม่คิดว่าการทำประกัน ควรมีความพร้อม
ในฐานะนกน้อยต้อยตีวิดแบบแม่กับพ่อตอนนี้
ไม่มีปัญญาแม้แต่จะทำอะไรได้
ปีละหมื่นสองหมื่น มันอาจจะเล็กน้อยสำหรับตากับยาย
หรือสายตาคนขายประกัน
แต่สำหรับเรา

เปนไปไม่ได้อย่างยิ่ง
แค่ลำพังรายจ่าย รายได้ เดือนชนเดือน เดือนล้ำหน้าไปสามเดือน
หรืออาจจะสามปี
แบบนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไหนจะเศรษฐกิจย่ำแย่ น้ำมันแพง
ดอกเบี้ยโหด แสนโหด
ปีหน้าหนูก็ต้องเข้าโรงเรียน ต้องเสียเงินอีกไม่รู้เท่าไหร่


..

จะต้องให้แม่กู้เงินมาส่งเบี้ยประกันด้วยหรือ

แม่บ่ายเบี่ยงการทำประกันมาหลายเจ้า
ใช่ว่าแม่จะไม่อยากทำ ไม่อยากสร้างความมั่นคง
คนที่ยื่นข้อเสนอเข้ามา มีทั้งเพื่อน ญาติ คนขายประกัน
เพื่อนสนิท เพื่อนที่เคยคิดว่าสนิท
(รักจะเปนเพื่อนกะแม่อย่ามาขายประกันโดยที่แม่ไม่รีเควส)
แต่ภาระที่แม่กะพ่อมีตอนนี้มันขยับไปทำประกันไม่ไหวจริงๆ ว้อย

แม้ว่าทั้งคุณตา คุณยาย จะเคยยื่นข้อเสนอ
จะทำประกันให้หนูมาไม่รู้ต่อกี่ครั้ง
และแต่ละครั้ง มาจากตัวแทน ทั้งนั้น
มีทั้งจะทำให้ไปก่อน ปีแรก - -
(แล้วปีต่อๆไป แม่จะไปหาที่ไหนมาส่งให้หนู
อีกกี่ปี อีกกี่ชาติ กว่าจะครบยี่สิบปี)
อนาคตที่มองไม่เห็นตอนนี้แม่ตอบไม่ได้ว่าจะแบ่ง
และจัดสรรเงินที่มีรายรับเท่านี้ เพื่อเปนเบี้ยประกัน
เดือนละ สองพัน ไปได้ยังไง
ทุกวันนี้แม่ต้องส่งเบี้ยประกัน ในภาวะจำยอม
ที่ยายอีกนั่นแหละ สรรหามาให้ ตัดบัญชีมาหลายปี
ของตัวเอง หนึ่งกรมธรรม์ เดือนไม่กี่บาท
ปีนึงก็หลายอยู่ แต่ไม่เคยเบิกสักหน
เลิกก็เลิกไม่ได้ ยื้อยุด คาราคาซังอยู่ยังงั้น
ยังมีกรมธรรม์ที่ตาส่งให้รายปีอีกยี่ห้อ
แต่ก็ไม่เคยเคลมสักกะติ้ด
แม่ใช้แต่สิทธิ์ประกันสังคม เส็งเคร็ง นี่ตะหาก
..
เงินพันกว่าบาท หรือหมื่นกว่าบาท
หรับใครบางคนอาจจะดูน้อยนิด
แต่สำหรับแม่ ที่ดูะเปนภาระผูกพันระยะยาว
มันเปนไปไม่ได้เลย

..

แม่คิดว่าการเกรงใจกัน
การหัดที่จะปฏิเสธ
การพูดว่าไม่
มันไม่ได้ทำร้ายเราหรอก
หรือแม้แต่ความรู้สึกใครด้วย
คนขายหรือตัวแทนเองก็ย่อมรู้ดีอยู่แล้ว
แม่ยืนยันว่าแม่ไม่ได้เกลียดตัวแทนขายประกัน
หรือ ตัวแทนขายตรงทุกชนิด

แต่รังเกียจว่อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

แม่ไม่เคยเปนสมาชิก แอมเวย์ มิสตีน
เอไอเอ ไทยประกัน และอื่นๆ ที่โคตรเริ่ดในโลกนี้
แต่แม่ต้องมาข้องเกี่ยวกับไอ่พวกหน้าแหลมหน้าทนพวกนี้เสมอ
นายแน่มากที่กล้ามาขายกรู๊

๒.

แล้วดูดิ้ แม่เลี่ยง แม่หลบหลีก ไอ่พวกนี้มาตั้งนาน
จนหนูจะสองขวบแล้ว แม่ก็ไม่ได้ทำประกันสักที
ใช่ว่าแม่ไม่อยากทำนะ แม่ยืนยัน แต่แค่แม่ไม่พร้อมเท่านั้น
มาวันนึง (เย็นวาน)
คุณยายหอบเอาใบสมัครทำประกัน เอไอเอ.มา
เขียนลายมือดินสอว่า ให้แม่เซ็นต์ตรงนี้ กี่ที่ๆ
แนบเอกสาร ตรงนี้ๆ กี่ชุดๆ

แม่ก็บอกยายว่าแม่ไม่ทำ
ไม่ทำเข้าใจไหม
ยายบอกว่ายายจำเปนต้องทำ
ยายจะยอมจ่ายเบี้ยประกันให้ ปีละแค่พันกว่าบาท
(แล้วมันครอบคลุมอะไรได้เรอะ)
หัวหน้ายาย เค้าขอร้องให้ช่วยทำให้เค้าที

..

แค่นี้เอง
อินังหัวหน้าคุณยายที่โคตรพ่อโคตรแม่งจะเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัว
รายได้ลำพังเงินเดือนข้าราชการไทยที่โกงกินไม่พอ
แล้วต้องมาเบียดเบียนลูกน้อง ที่อยู่ในภาวะจำยอม
ใต้บังคับบัญชาอีกไม่รู้กี่คน

เพียงเพื่อมันจะทำยอด

..

บ้าไปแล้ว

ยายบอกว่าจะยอมเสียเบี้ยให้ ปีละแค่พันกว่าบาท
(ภาระผูกพันอีกยี่สิบปี ได้แสน)
เงินแสนดอกหอยอะไรแม่ก็ไม่อยากได้ - -หรือว่าหนูอยากได้
เงินแสน อีกยี่สิบปี มันคงเลอค่ามากเลยสิวะ
แล้วไอ่จำนวนเงินแค่นี้ ขอกันกินมากกว่านี้
ยายบอกว่าซื้อเพราะตัดความรำคาญ

...

แล้วมีเหยื่ออีกกี่คนที่จำทนเพราะความรำคาญ
พวกอมีบ้าทางอารมณ์พวกนี้ วะ
ห๊า
ไอ่เงิน พันกว่าบาทนี่ ถ้าแม่มานั่งจ่ายให้หนู
ทำไมแม่จะจ่ายไม่ได้
แต่ทำไมแม่ต้องไปทำให้มันด้วย(วะ)

ก่อนไปทำงาน ยายบอกว่าให้แม่เซ็นต์ให้หน่อย
มันจะได้จบๆไป
แม่บอกว่าไม่ได้ ไม่ได้จริงๆ
ยายบอกเค้าไปก็แล้วกัน ว่า น้องภูมีแล้ว ทำไปแล้ว
ก็ว่าไป

..

ถึงตอนนี้ ยายไม่ยอม
เรา ทั้งแม่ทั้งยาย มีปากมีเสียงกัน
เพราะความที่เกรงใจมัน
เพียงเพราะมันเปนผู้บังคับบัญชา
ยายเสียใจ ที่ขอร้องแม่แค่นี้ แม่ให้ไม่ได้
แม่ผิดมากใช่ไหม
แม่กราบกราน ยกมือไหว้
..

"หนูขอโทษ ถ้าหนูจะทำให้แม่เสียใจ
หนูทำให้แม่ไม่ได้จริงๆ
หนูยอมไม่ได้ เรื่องอะไรจะต้องไปยอมให้เค้ามาเอาเปรียบ
แม่ก็บอกเค้าไปสิว่าน้องภูมีแล้ว เต้ทำให้แล้ว
ยังงั้นหนูจะไปพูดกะเค้าเอง"

(เชี่ย เอ้ย)

ยายเสียใจ ที่แม่ไม่เข้าใจ
แม่เองก็เสียใจ ที่ ทำให้ยายเสียใจและไม่เข้าใจด้วย
เรื่องราวบานปลายใหญ่โต
แม่กลายเปนลูกที่ดื้อ และไม่เข้าใจ
ยืนยันแต่ว่า แค่นี้ทำให้แม่ไม่ได้ใช่ไหม
จะเอาชนะแม่ใช่ไหม
(เปนงั้นไป สิวะ)

แม่ได้แต่ บอกว่า
หนูทำให้ไม่ได้จริงๆ แม่
หนูขอโทษ

..

แม้ว่ายายจะยกเหตุผลมาอีกเท่าไหร่
ตาเข้ามาไกล่เกลี่ย ว่า มันอะไรนักหนา
บอกเค้าไปสิว่าไม่ทำ
ยายยืนยันว่าต้องทำ และต้องทำให้ได้
ยายรับปากเค้าไปแล้วว่าจะช่วย แล้วจะมองหน้ากันยังไง
คนทำงานด้วยกัน
(มันนั่นแหละที่ต้องไม่กล้ามองหน้าเรา ไม่ใช่เราซะหน่อย)
แล้วจะให้ยายเสียมากกว่านี้หรอ?

ดูดิ้ ยังจะกล้ามาขายแพงกว่านี้อีกคนเรา
ถ้ายายไปทำให้คนอื่นเบี้ยจะยิ่งสูงมากกว่านี้
เออหนอ คนเรา
เปนถึงนายคน ยังจะมาเอาเปรียบลูกน้องแบบนี้
เชี่ยจริงๆ ไม่รู้จะด่ามันว่ายังไง
ยายยืนยันว่า ยังไง ก็ต้องเสียเงินให้มันแน่ๆ
เพราะยายไม่ใช่รายเดียว
ยังมีลูกน้องอีกหลายคน ที่ต้องกล้ำกลืนแบบนี้
คิดหรอว่ายายสบายใจ
แต่ขอซื้อความสบายใจได้ไหม
เงิน แค่พันกว่าบาท
ก็ซื้อๆทิ้งไปซะ


..


งั้นแม่ก็ทำให้คนอื่นไปละกัน
ไม่ต้องทำให้น้องภูหรอก เพราะยังไงหนูก็ไม่ยอม
หนูขอโทษแม่จริงๆ หนูทำให้แม่ไม่ได้


๓.


ยายออกจากบ้านไปด้วยความร้าวรานใจ
และแบกอะไรต่อมิอะไรไปเต็มแอกเต็มบ่า
แม่ก็อยู่บ้าน ได้แต่ทอดถอนใจ
ถึงยังไง นาทีนี้แม่ก็ไม่ยอม
ตาบอกว่าทำไมไม่ทำให้มันจบๆไปซะ
เอ๊

บอกว่าไม่ยอมๆ

เรื่องอะไร
ฝันไปเหอะว่ามันจะได้เงิน (กรู)
หรือในนามของลูกกรู

เชี่ย

ลูกเอ๋ย
นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น
อีกไม่รู้เท่าไหร่ ที่เราจะเจอคนจ้องเอาเปรียบเรา
แม้ว่าเราไม่ได้ เบียดเบียนเค้าเลยก็ตาม
ชีวิตหนูยังอีกยาวนัก
ถ้าทำได้ แม่กะพ่อจะสร้างความมั่นคงในชีวิต
ให้หนูแน่ๆ หนูไม่ต้องกลัว

อีกหน่อยหนูจะเห็นเอง
หนูต้องเรียนรู้หลบ หลีก หรือวิ่งชน
หนูก็เลือกเอา
แม่น่ะถนัดชนแบบถากๆมากกว่า
แดกดันมันไปแบบนี้แหละ
มันดีแต่กรูไม่ยอมซะอย่าง บังคับให้เราจ่ายได้หรอ
เชี่ย


อีกหน่อยแม่เองก็คงเจอภาวะจำยอมแบบนี้อีกหลายเรื่อง
ไม่ว่าจะค่าแป้ะเจี้ยะ โรงเรียนหนู
งานการกุศล ค่านู่นค่านี้
นี่ขนาดไม่ได้สังกัดหน่วยงานไหน และรัฐอิสระยังเจอะขนาดนี้
วันก่อน มีคนแจกซองผ้าป่ามาให้บ้านเรา ๖ ซอง
คนให้มันไม่คิดเอาซะเลย
เชี่ยจริงๆ บอกบุญได้บาปแท้ๆ
เอาซองมาวางกองให้ยาย จ่าหน้าให้คนในครอบครัว
๖ คน มีตา ยาย แม่ พ่อ น้าเม่น น้องภู
ใช้ส้นตีนคิดหรอ

ถ้าเรายอมให้เค้าเอาเปรียบ เค้าก็จะเอาเปรียบเราอยู่อย่างนั้น
การช่วยเหลือ เพื่อนฝูง กัน
คนละประเด็นกับการตอดเล็กตอดน้อย จ้องเอาแต่ได้แบบนี้

คนสมัยนี้แมร่งงงงงงงง
กวนส้นตีนแม่จริงๆ
อย่าให้เจอนะมึ้ง

แม่จะด่าให้

(นี่ยังไม่ทันด่าเลย)


๔.

หนูขอโทษนะแม่

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เกลียดการถูกบังคับให้ทำอะไรที่เราไม่อยากทำมากเลยค่ะ ฉุนมากๆถ้าต้องทำอะไรที่เราไม่ต้องการ หึ อยากจะด่าไอ้พวกนี้จิงๆ

#1 By Mooninspired on 2005-09-27 14:16

เฮ้อ...............
เหนื่อยแทนจังเลยคะ

#2 By -teacher-aorr- on 2005-09-27 14:21

แม่อ้อมอย่าคิดมากไปเลยนะคะ หวานว่าทุกคนก็มีเหตุผลในสิ่งที่ตัวเองทำทั้งนั้นค่ะ เพียงแต่ว่าเหตุผลอาจจะไม่ตรงกันเท่านั้นเอง

แต่หวานก็แอบเอนเอียงไปทางเดียวกับแม่อ้อมนะคะ คือว่าถ้าเค้าทำเพราะต้องการสร้างยอดเนี่ย มันก็สนุกนะคะถ้าเราจะเป็นเสี้ยนหนามเล็กๆที่ขัดขวางการสร้างยอดของเค้า แหะๆ แม่อ้อม หวานมีเพื่อนอยู่คนนึง ตอนนี้พูดได้เต็มปากเต็มว่าเลิกคบกันไปแล้ว เพราะไอ้การที่มันขายตรงนี่หล่ะค่ะ

ชีวิตนี้ไม่เคยคิดจะทำอะไรแบบนี้เหมือนกัน แม่อ้อม
ก็ขอให้แม่อ้อมปรับความเข้าใจกับคุณยายไวไวนะคะ...
ใจเย็นๆไว้น่อ..

#3 By Whannest fille Mafieuse on 2005-09-27 14:57

สู้เค้าฮะ อย่าไปยอมให้ครัยมาเอาเปรียบบบบบบบบบบ

ทำได้ดีแร้วฮะ

#4 By ~S G u i~ on 2005-09-27 21:03

เรื่องประกัน อายไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเท่าไหร่ แต่รู้แค่ว่าตอนนี้พ่อกะแม่ก้อมีประกันหั้ยอายอยู่เยอะเลย

แต่ส่วนใหญ่ก้อยังไม่ได้ใช้ประโยชน์...แต่ก้อเอาเถอะ แม่ทำหั้ย ไม่เสียหาย

แต่ส่วนกรณีของพี่กับลูก...การที่พี่ยังรู้สึกว่าไม่พร้อม อายก้อเห็นด้วยว่าอย่าเพิ่งทำเลยดีกว่า ตอนนี้ภาระเยอะอยู่แล้ว ยิ่งถ้าต้องมาเสียค่าประกันอีก อาจจะลำบากอีกหลายเท่า

โดยส่วนตัว อายไม่ค่อยชอบพวกขายตรงเท่าไหร่ค่ะ อายไม่ชอบคนตื๊อ แบบว่า บอกว่าไม่ซื้อก้อไม่ซื้อสิวะ เซ้าซี้อยู่ได้ อะไรประมาณนี้

อ่านแล้วอินมากเลยนะคะเนี่ย เพราะว่าเจอเพื่อนมาตีสนิทเพียงเพราะจะขายแอมเวย์หั้ย...เซ็งมาก
จริงล่ะทำประกัน ถ้าเราไม่พร้อมด้านปัจจัย ใครก็มาบีบคอเราทำไม่ได้ เพราะคนที่อดคือเราไม่ใช่คนที่ขายประกันหรือบริษัทประกัน เออถ้ามันครอบคลุมการอดด้วยก็ดีน่ะซิ

เคยเจอเหมือนกัน ที่ขายประกันแล้วตามตื้อ ก็ต้องบอกเราไม่มีเงินจ่ายหรอก ทำให้ฟรีก็เอา

แต่ที่ประกันที่เมืองไทยที่เราไม่ชอบคือ ต้องโรงพยาบาลอย่างเดียว ถึงได้ แต่ที่นี่ แหมว่าเราจะไปคลีนิค ก็ไม่ต้องจ่าย ไม่ใช่ไม่ต้องจ่ายนะ จะมีบิลมาหาเราทีหลัง จ่ายแค่ 10 % ของยอดทั้งหมด แต่เสียอย่างเดียวค่าประกันที่สูงกว่าเมืองไทยมาก

ถ้าเมืองไทยมีคลอบคลุมแบบนี้บางเวลาเจ็บไข้ได้ปป่วยเล็กน้อย แล้วเข้าคลีนิคเขาจ่ายด้วยก็ดีหรอก มีแต่ชอบพูดถึงประโยชน์ในหลายๆๆปีข้างหน้า

นี่ล่ะสังคมจ้ะ อย่าคิดมากเลยนะ หนุ่มภูจ๋ามาหอมแก้มแม่อ้อมหน่อยเร็ว

#6 By lago lugano on 2005-09-28 04:05

ถอยออกมามองอีกมุม...
ประกันชีวิตดีตรงไหน..หนอ 1 2 3 4..

ผมไม่ได้เป็นตัวแทนขายประกันนะครับ อิ อิ บอกก่อน
แต่ที่บ้านก็ทำกันทุกคน อย่างน้องนนท์ น้องนันท์ ก็มีประกัน
การศึกษา เดือนละ 300 กว่าบาท และก็ประกันชีวิตคุ้มครอง
หากมีสิ่งที่ไม่คาดฝัน..ทั้งๆ ที่เงินก็กระเบียดกระเสียนเหมือน
กันครับ แต่ก็เลือกกรมกรรม์และการคุ้มครอง..

ประกันชีวิต จะมีสัญญาหลักคือ คุ้มครองชีวิตหากเกิดอะไรขึ้น
คือตาย หรือครบสัญญาถึงจะได้เงิน..
และจะมีอนุสัญญา ซึ่งเราจะซื้อเพิ่มหรือไม่ก็ได้ เช่น คุ้มครอง
อุบัติเหตุ คุ้มครองอวัยวะ คุ้มครองสุขภาพ ซึงจะเป็นสิ่งที่ทำให้
เบี้ยประกันถูกหรือแพงด้วย..

แต่เหตุผลหลักๆ ของการประกันชีวิตคือเงินออมระยะยาว..
หลายๆ ประเทศที่พัฒนา อัตราส่วนการออมจากประกันชีวิตสูง
มากครับแม่อ้อม หลายคนลูกเรียนจบมัธยมไปต่อมหาวิทยาลัยก็ได้เงินประกันนี่แหละครับให้ลูกเป็นทุนเรียน หรือบางคนก็ลูกจบมามีงานทำ ก็มีทุนทรัพย์ในการลงทุนพอดีเพราะเบี้ยประกันปัจจุบันก็ราวๆ 20 ปี ถึงได้เงินคืน..
20 ปี น้องภูก็โตเป็นหนุ่มพอดี...

แต่การทำประกันต้องดูกำลังส่งของเราด้วย ตรงนี้จริงครับ..
ผมเสนอให้แม่น้องภูลองลดรายจ่ายบางส่วนที่ไม่จำเป็นออก
ก่อนดีไหม๊ครับ ยกตัวอย่างเช่น แต่ก่อนเสียค่าสมัครไดฮับ
3 เดิอน 300 บาท ปีนึงก็ 1,200 บาท แม่นบ่อ...

หรืออาจจะมีค่าใช้จ่ายอย่างอื่นอีกที่น่าจะลดได้..
แล้วค่อยลองคิดดูอีกที..
เพราะถ้าทำตอนน้องภูเกิด อย่างน้อยตอนนี้ก็จะเหลืออีกแค่
18 ปีเท่านั้นเอง..เห็นไหม๊ครับ แป๊บเดียวเอง

เห็นด้วยครับที่แม่อ้อมไม่ซื้อเพราะยังไม่พร้อม..
แต่ไม่เห็นด้วยถ้าแม่อ้อมปฏิเสธโดยที่ยังไม่ได้ไตร่ตรอง..

ปล. เรื่องนักบินที่จริงต้องบอกว่า ผมไม่ได้เข้าใจอะไรคลาดเคลื่อนเลยครับ เพราะแท้ที่จริงแย้ว..ผมไม่เข้าใจอะไรเลย
แหะ ๆ แล้วไปเขียนที่ไหนอย่าลืมบอกที่อยู่กันนะครับ

#7 By นายสาระแน on 2005-09-29 09:57

สงสารคุณยายนะ
แต่เป็นเค้า เค้าก็ดื้อแบบแม่อ้อมนี่แหละ

คุณยายอยู่ในวังวนนั้นนานเกินกว่าจะขวางมันได้แล้วไงคะ เลยต้องปล่อยให้ตัวเองไปตามกระแสน้ำเชี่ยวทั้งๆทีใจคุณยายก็คงไม่อยาก

บางทีความหวังดีที่มีเหตุผลเคลือบแผงก็ทำให้เรากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

เราเคยเจอตอนน้องชายแต่งง่าน พ่อแม่เชิญอีตาผู้ว่า(ห่าเหว)มาเป็นประธานเพราะมันเป็นรุ่นพี่และเจ้านายของอาเรา แต่ไม่มีความคุ้นเคยอะไรกับครอบครัวเราเลย เราล่ะโกดจี๊ด เพราะพ่อแม่เราเองก็มีเกียรติมีศักดิ์มีศรีพอที่จะเป็นประธานทุกอย่าง ทำไมต้องให้ไอ้เบื๊อกที่เราไม่รู้จักน้องเราไม่รู้จักขึ้นมาพูดหาเสียงบนเวทีแต่งงานอยู่เกือบชั่วโมง แทบจะลืมสาระสำคัญที่ต้องอวยพรให้บ่าวสาว ตอนนั้นมันจะสมัครสว.ไง แถมแม่เรามาขอร้องให้เราลงคะแนนให้มันด้วย กรี๊ดๆๆๆเลย

หวังว่า หลังจากรุ่นเรา เส้นทางและประเพณีไดโนเสาร์จะค่อยๆหมดไป


#8 By irishcoffee on 2005-10-01 18:29

คุณคิดดูอีกทีนะคุณอ้อม ก่อนที่จะประเมินอะไรแย่ ไปหมด ในข้อเสียมีข้อดี ในข้อดีมีข้อเสียเสมอ คนได้สินไหมประกัน จากประกันตัวแทนพยายามขายทุก ๆ วิธี

#9 By แด่บัวใต้น้ำ (58.64.126.221) on 2006-03-22 15:08